<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8747142003148652135</id><updated>2011-11-28T07:10:35.805+07:00</updated><category term='การเลี้ยงสัตว์เลี้ยง'/><category term='การเลี้ยงกระรอก'/><title type='text'>การเลี้ยงกระรอก</title><subtitle type='html'>การเลี้ยงกระรอก,การเพาะพันธ์กระรอก,กระรอกสัตว์เลี้ยง</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8747142003148652135/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>5</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8747142003148652135.post-5405874170590057781</id><published>2009-12-28T22:37:00.002+07:00</published><updated>2009-12-28T22:37:00.400+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงกระรอก'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงสัตว์เลี้ยง'/><title type='text'>การเลี้ยงกระรอกตอนที่5</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://www.bloggang.com/data/praneet8350/picture/1207738504.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 350px; height: 242px;" src="http://www.bloggang.com/data/praneet8350/picture/1207738504.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ก่อนที่เราจะเริ่มทำ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;กันนั้น เราควรมาทำความรู้จักกับเจ้ากระรอกน้อยกันก่อนดีกว่ามัย&lt;br /&gt;กระรอก(Squirrel) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม มีขนาดลำตัวเล็ก ขนปุยปกคลุมทั่วทั้งร่ายกายอันน้อยๆของมัน นัยตากลมโต มีหางเป็นพวงฟู จัดอยู่ในประเภทสัตว์ฟันแทะ&lt;br /&gt;วงศ์กระรอกมี วงศ์ย่อย 2 วงศ์ คือ Pteromyinae ได้แก่ กระรอกบิน และวงศ์ Sciurinae ได้แก่ กระรอกต้นไม้, กระรอกบิน, ชิพมั้งค์ สำหรับ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;ทั้งสองชนิดนั้นก็ไม่มีอะไรแตกต่างกันมากครับ&lt;br /&gt;กระรอกต้นไม้ เป็นกระรอกที่มักพบเห็นได้บ่อยๆและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี มีหางยาวเป็นพวงสวยงาม มีกรงเล็บแหลมคมมากๆ และมีใบหูใหญ่กว่าชนิดอื่นๆ บางชนิดมีปอยขนที่หู ส่วนกระรอกบินนั้น จะมีพังผืดข้างลำตัว สำหรับกางเพื่อร่อนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง มักเป็นการหากินในตอนกลางคืน มีตาสะท้อนแสงไฟ กระรอกดิน มักจะมีรูปร่างสั้น และล่ำสันกว่ากระรอกต้นไม้ทั่วไปเล็กน้อย มีขาหน้าแข็งแรงใช้สำหรับการขุดดิน หางของกระรอกดินนั้นจะสั้นกว่าหางของกระรอกต้นไม้ และไม่ฟูเป็นพวงนัก และเช่นเดียวกับสัตว์ฟันกัดแทะชนิดอื่น ๆ กระรอกจะมีนิ้วเท้าหลังข้างละ 5 นิ้ว และ นิ้วเท้าหน้าข้างละ 4 นิ้ว ตรงส่วนที่น่าจะเป็นนิ้วโป้งจะกลายเป็นปุ่มนูน ๆ ซึ่งถูกพัฒนาให้เหมาะสำหรับจับอาหารมาแทะ&lt;br /&gt;กระรอกมีขนาดใหญ่เล็กต่าง ๆ กันไปตามสายพันธุ์ และสามารถแบ่งตามขนาดได้ 3 กลุ่ม คือ ขนาดใหญ่ เช่น พญากระรอก ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทยพบอยู่เพียง 2 ชนิด คือ พญากระรอกดำ (Ratufa bicolor) และพญากระรอกเหลือง (Ratufa affinis) ซึ่งได้ถูกขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ขนาดกลาง เช่น กระรอกหลากสี (Callosciurus finlaysoni) กระจ้อน (Menetes berdmorei) และ ขนาดเล็ก เช่น กระเล็น (กระถิก) ซึ่งเป็นกระรอกที่เล็กที่สุดที่พบในประเทศไทย&lt;br /&gt;เมื่อเรารู้ลักษณะของกระรอกแต่ละสายพันธ์แล้วที่นี้เราก็ลงมือทำ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;กันเลยครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8747142003148652135-5405874170590057781?l=xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/feeds/5405874170590057781/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/2009/12/5.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8747142003148652135/posts/default/5405874170590057781'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8747142003148652135/posts/default/5405874170590057781'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/2009/12/5.html' title='การเลี้ยงกระรอกตอนที่5'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8747142003148652135.post-6345314309648279990</id><published>2009-12-25T22:15:00.003+07:00</published><updated>2009-12-25T22:15:00.251+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงกระรอก'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงสัตว์เลี้ยง'/><title type='text'>การเลี้ยงกระรอกตอนที่4</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://home.biotec.or.th/NewsCenter/my_documents/my_pictures/1EC2F_sq.jpeg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 265px; height: 274px;" src="http://home.biotec.or.th/NewsCenter/my_documents/my_pictures/1EC2F_sq.jpeg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ก่อนที่เราจะทำ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;ตัวน้อยนั้น ถามตัวเองให้ดีก่อนว่าเราสามารถรับนิสัยของเค้าได้หรือไม่&lt;br /&gt;สำหรับการเลี้ยงกระรอกของเรา&lt;br /&gt;1. อันที่จริงแล้วนั้นกระรอกเป็นสัตว์ป่า นิสัยเปรียว รักอิสระมาก เชื่องยังไงก็ยังแง่มอยู่ แต่จะแง่มแบบรักแม่ หรือสาเหตุอื่น นั่นอีกเรื่องนะครับ คุณจะสามารถทนเค้าได้หรือเปล่าล่ะถ้าเจอมันกัด ว่าไหงยังอยาก&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;อยู่อีกหรือเปล่าครับ&lt;br /&gt;2. เห็นหน้ากันไปเป็นสิบๆปีเพราะเจ้ากระรอกอายุยืน จะรักและดูแลเค้าได้นานขนาดนั้นหรือเปล่าละ a life time responsibility&lt;br /&gt;3. รับได้หรือเปล่าที่บางครั้งเจ้ากระรอกของคุณอยากเล่นของเค้า คุณไม่สามารถเอาเค้ามาอุ้มได้ตลอดเวลา เหมือนหมาแมว หรือสัตว์อื่น&lt;br /&gt;4. มีค่าใช้จ่ายสูงใน&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;หนึ่งตัว ไปหาหมอทีถึงไม่ป่วยแค่ตรวจประจำปี จะมีค่าแพทย์แล้วทันทีเริ่มต้นที่ 200-300 บาท ของแต่ละคลีนิค ราคายาถูกสุดเริ่มต้นที่ 80 บาท ยาทั่วไปเฉลี่ยที่ 100-200 บาท หมอเฉพาะทางที่รักษาสัตว์เล็กมีน้อย นั่นหมายความว่าคลีนิคที่พวกหมอพวกนี้ประจำอาจจะไม่ใกล้บ้านคุณ เดินทางไม่สะดวกอย่างที่คุณคิด คุณพร้อมจะเสียสละเวลาอันมีค่าของท่านพาเค้าไปหาหมอทันทีหรือยัง&lt;br /&gt;5. กระรอกเป็นสัตว์ฟันแทะ และสามารถทำลายข้าวของ มันกัดทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ชอบอยู่ที่แคบๆ ถ้าจะขังกรง คุณมีงบประมาณที่จะซื้อกรงขนาดเล็กที่สุดก้อต้อง 1 X 1 X 1 เมตร ให้เค้าอยู่ได้หรือเปล่า ถ้าเลี้ยงแบบปล่อย ทำใจได้แค่ไหนที่วันหนึ่ง ทีวี เครื่องเสียง เฟอร์นิเจอร์แพงๆ ของรัก ของหวงของคุณต้องเสียหายเพราะมัน&lt;br /&gt;6. &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;ฝึกการขับถ่ายไม่ได้ ถ่ายได้ทั้งวี่ทั้งวัน กลิ่นตัวก็พอมี เล็บคม โตขึ้นดื้อ จับตัดเล็บ อาบน้ำแทบไม่ได้&lt;br /&gt;7. กระรอกไม่ชอบกินอาหารที่ทิ้งตากลมไว้นาน คุณมีเวลาที่จะคอยเปลี่ยนอาหารให้เค้า หรือมีคนช่วยดูแลหรือเปล่า&lt;br /&gt;8. มีเวลาเล่นกับเค้าทุกวันๆละอย่างน้อยสองชั่วโมงหรือเปล่า กระรอกนอนหัวค่ำ คุณกลับบ้านเร็วหรือเปล่า ไม่เล่นบ่อยๆเค้าจะไม่ติดเรา ไม่ติดเราเค้าก็จะไม่เชื่อง และมีแง่ม กัดแล้วเราจะกลัว ไม่อยากเลี้ยง เอาไปขาย เอาไปปล่อยทิ้ง คุณใจร้ายได้ขนาดนั้นเชียวหรือ ถ้าวันนึงคุณเล่นกับเค้าไม่ได้ คุณคิดจะทำอย่างไร&lt;br /&gt;9. คนในบ้านรับกระรอกคุณได้แค่ไหน เค้าสนับสนุนให้คุณเลี้ยงหรือเปล่า ถ้าวันนึงผู้ปกครองคุณ หรือแฟนบอกให้กำจัดมันคุณจะทำอย่างไร&lt;br /&gt;10. ข้อสุดท้าย และสำคัญสุด คุณแน่ใจหรือเปล่าว่าคุณมีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะดูแลเค้าอย่างดีตลอดชีวิตของเค้า&lt;br /&gt;กลับไปอ่านทบทวนใหม่ทั้งหมด แล้วค่อยถามใจตัวเองอีกครั้งว่าคุณพร้อมหรือยังกับการมีกระรอกสักตัว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8747142003148652135-6345314309648279990?l=xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/feeds/6345314309648279990/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/2009/12/4.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8747142003148652135/posts/default/6345314309648279990'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8747142003148652135/posts/default/6345314309648279990'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/2009/12/4.html' title='การเลี้ยงกระรอกตอนที่4'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8747142003148652135.post-6612074599132002145</id><published>2009-12-17T17:07:00.000+07:00</published><updated>2009-12-17T18:16:57.662+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงกระรอก'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงสัตว์เลี้ยง'/><title type='text'>การเลี้ยงกระรอกแสนรักของฉัน</title><content type='html'>&lt;a onblur="try {parent.deselectBloggerImageGracefully();} catch(e) {}" href="http://4.bp.blogspot.com/_zx80gio4VcI/SXgbD2A2VaI/AAAAAAAAAAo/uhQhdkRKCD4/s400/10102008%28001%29-001.jpg"&gt;&lt;img style="margin: 0px auto 10px; display: block; text-align: center; cursor: pointer; width: 300px; height: 400px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_zx80gio4VcI/SXgbD2A2VaI/AAAAAAAAAAo/uhQhdkRKCD4/s400/10102008%28001%29-001.jpg" alt="" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;แสนรักของฉันและของเพื่อนๆ&lt;br /&gt;กระรอกเป็นสัตว์ป่าตัวเล็ก ๆ ขนยาวปานกลางนะ หางมีลักษณะเป็นพวงมีหลากหลายรูปแบบมากๆแล้วแต่สายพันธุ์ที่เพื่อนๆเลี้ยงนะครับ&lt;br /&gt;หน้าตาของกระรอกน้อยจะออกบ๊องแบ๊วหน่อย แบบน่ารักนะครับผมว่า อันนี้แล้วแต่คนชอบแล้วกันนะครับนะครับ นานาจิตตังไม่ว่ากันก็แล้วกัน &lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;ให้&lt;br /&gt;เชื่องนั้นสามารถทำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้นนะครับ แต่คุณคงไม่คาดหวังการทำให้เขาเชื่องเหมือนสุนัข เพราะเป็นไปไม่ได้เลย&lt;br /&gt;ทำไมถึงชอบเลี้ยงกระรอก&lt;br /&gt;หน้าตาน่ารักดี เป็นสัตว์ขนาดเล็ก ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยมาก ราคาซื้อขายไม่แพงมากนัก ในปัจจุบันในท้องตลาด ราคาจะอยู่ที่ 400-900&lt;br /&gt;บาทเท่านั้รเอง ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และขนาดครับ กรงสำหรับ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;ก็ราคาประมาณ 100 บาท เท่านั้นเองครับ อาหารสำหรับ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยกระรอก&lt;/span&gt;ก็สามารถหาได้ง่ายทั่วไปเลยครับ เพราะเค้ากิน&lt;br /&gt;เกือบทุกอย่างครับทั้งผักและผลไม้&lt;br /&gt;ใครเหมาะที่จะเป็นผู้ทำ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;บ้าง&lt;br /&gt;คนที่จะทำ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;ต้องมีใจรักจริง ๆ ครับ เพราะมันเป็นสัตว์เลี้ยงที่ต้องประคมประหงมพอสมควรในช่วงอ่อน ๆ นะครับ ต้องมี&lt;br /&gt;เวลาให้เป็นพิเศษถึงจะเชื่องได้ ต้องเป็นคนใจเย็น เป็นคนใจเย็น และยอมรับความเจ็บปวดได้ เพราะคุณต้องมีโอกาสโดนกัด โดน&lt;br /&gt;ข่วนบ้าง นะครับ&lt;br /&gt;ใครที่ไม่ควรเลี้ยงสัตว์ประเภทนี้&lt;br /&gt;เด็กเล็ก ๆ ไม่เหมาะสำหรับ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;นะครับ เพราะเป็นสัตว์ขนาดเล็กที่บอบบางมากๆ การกระทำ การเล่นที่&lt;br /&gt;รุนแรงของเด็กๆอาจจะทำให้กระรอกกัดได้ หรืออาจทำให้กระรอกตายก็ได้นะครับ โดยเฉพาะกระรอกตอนที่ยังเล็ก ๆ&lt;br /&gt;และคนที่คิดจะทำ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;ไว้กอดรัดฟัดเหวี่ยง เพราะเค้าเป็นสัตว์ที่ซุกซนปราดเปรียวยิ่งนัก ไม่เหมือนหมาแมวครับนะครับ&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยกระรอก&lt;/span&gt;วัยไหนที่ควรเลี้ยง&lt;br /&gt;ควรหาซื้อกระรอกในวัยไม่เกิน 1 เดือนครับ 3 สัปดาห์น่าจะดีที่สุด แต่อย่าไปซื้อที่ยังไม่ลืมตานะครับ เพราะ&lt;br /&gt;โอกาสรอดมีน้อย&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;แต่วัยน้อย ๆ โอกาสเชื่องมีสูงกว่าและจะไม่กัดคุณแน่นอน(อาจจะมีงับคุณบ้างเมื่อไม่สบอารมณ์เท่านั้นเองอิอิ)&lt;br /&gt;กระรอกเมื่อคุณซื้อตัวโตมาก ๆ แม้จะดูเชื่อง จับเล่นได้เมื่ออยู่ที่ร้าน แต่เมื่อคุณนำมาเลี้ยงจริงโอกาสเจ็บตัวสูงมากนะครับ&lt;br /&gt;ครับ ยังงัยก็ต้องโดน คุณต้องยอมรับให้ได้นะครับ และขอบอกว่าเจ็บสุด ๆ ครับ คุณลองดูฟันเค้าสิครับ หากขยับบนมือ&lt;br /&gt;คุณสุดลิ่มจะเป็นอย่างไร แต่ผมชินแล้วครับ&lt;br /&gt;โรคส่วนใหญ่ของเจ้าตัวน้อยนั้นส่วนมากจะเป็น&lt;br /&gt;โรคหวัดเลยครับ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดเมื่่อตัวน้อย ๆ จากการโดยลม หรือ เครื่่องปรับอากาศ&lt;br /&gt;โรคท้องเสีย อันนี้ส่วนใหญ่จะเกิดตอนเล็ก ๆ เช่นกัน โดยจะเกิดจากการให้นมที่เหลวเกินไป ต้องปรับวิธีการ&lt;br /&gt;ชงนมใหม่ให้ข้นมากขึ้นกว่าเดิม&lt;br /&gt;โรคผิวหนัง อันนี้มาตอนโตครับ โดยแยกเป็นส่วนที่เกิดจากเชื้อรา และเกิดจากอาการคัน ซึ่งผมแนะนำให้พบ&lt;br /&gt;แพทย์เป็นการด่วนเลยนะครับ (สำหรับผม ๆ ว่าเกิดจากอาการคันจะน่ากลัวกว่าเพราะเค้าจะแทะหางตัวเองจนร่วงหมด&lt;br /&gt;และมี เลือดด้วยครับ โอกาสหายนะมี แต่หางที่เสียเลือดไปมากจะขาดครับ......อันนี้เป็นประสบการณ์ตรงของ&lt;br /&gt;ผมเองเลย กับ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;เจ้า "ดิงด้า" ตัวสีแดงที่เป็นเบคกราวน์ นี่ละครับ เพราะเจ้านี้แทะหางตัวเองจนถึงเลือดไหล แต่ผม&lt;br /&gt;ดันอวดรู้ซื้อยาคนมาทาให้เขาซะผันแผลซะเรียบร้อย แต่เอาไม่อยู่ครับเพราะเค้ายังแทะต่อ จนต้องพาไปพบ&lt;br /&gt;คุณหมดที่คลีนิคตรงแถวประชาชื่น ขอบอกว่าที่นี่คุณหมอเก่งครับสำหรับ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยกระรอก&lt;/span&gt;คือจากที่คุยแล้วรู้เลยว่าคุณ&lt;br /&gt;หมอ รู้จริง เคยผ่านเคชของกระรอกมาพอสมควร ผมว่าดีกว่า รพ.สัตว์เกษตร อีกนะครับ เพราะที่นั่นเหมือนที่&lt;br /&gt;ศึกษายังงัยไม่รู้ของผมไปตายที่นั่น 2 ตัว แต่อาจสุดวิสัยก็ได้แต่ผมว่าเหมือนหมอไม่เคยรักษากระรอกอะ เอา&lt;br /&gt;ของเราเป็นกรณีศึกษา นักศึกษามาดูกันเต็มเลย สู้คลีนิคไม่ได้เลย ดูจากเทคนิคการจับกระรอกแล้วรู้เลยว่าหมอ&lt;br /&gt;และผู้ช่วยเก่งจริง เอาเหอะว่ากันของเราดีกว่า กลับมาไม่กี่วันก็หายครับ แต่เสียหางไปกว่าครึ่ง เสียหายครับ&lt;br /&gt;แต่ก็เป็นครู.. )&lt;br /&gt;ระวัง!&lt;br /&gt;เจ้าตัวเล็กมีจุดอ่อนที่บริเวณคอ หากได้รับการกระแทก กระทบกระเทือนส่งผลให้ถึงตายได้เลย การจับโดยการ&lt;br /&gt;บีบช่วงต้นคอหากไม่ถูกต้องเค้าจะขาดอากาศและตายใน 2-3 นาทีแค่นั้นเอง ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยว่าเจ้าตัวเล็กที่ตก&lt;br /&gt;จากต้นไม้ระดับตึก 3-4 ชั้นได้สบาย จะตายได้ง่าย ๆ แบบนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาหารสำหรับ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;ขณะยังเป็นตัวเล็ก&lt;br /&gt;เมื่อพ้นวัยทารก ประมาณเดือนครุึ่ง มีฟันพอสมควรเริ่มให้แทะกล้วยก่อนเลยครับ ควบคู่ไปกับซีรีเล็กซ์ เมื่อเค้า&lt;br /&gt;ทานผลไม้ได้เยอะขึ้นค่อยให้ผลไม้เป็นการถาวร โดยควรให้ผลไม้ที่หลากหลายครับ เพราะจะทานได้เยอะและ&lt;br /&gt;มีคุณค่าทางอาหารที่ครบถ้วนกว่าทานอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะ แต่ไม่ยุ่งยากครับเพราะเค้าทานได้&lt;br /&gt;ทุกอย่างครับผักยังท่านได้เลย ถ้่ว คะน้า แตงกวา ฯลฯ&lt;br /&gt;เจ้ากระรอกน้อยเล็บย้าว...ยาว&lt;br /&gt;กระรอกเล็บยาว ข่วนเจ็บ ทำให้เราเกิดเป็นแผลได้ ควรตัดเล็บเป็นอย่างยิ่งครับ เราสร้างความคุ้นเคยการตัดได้&lt;br /&gt;โดยตัดแต่ตอนเล็ก ๆ เลย ก็พอตอนทานผลไม้ได้ก็เริ่มตัดเล็บได้แล้วครับ ตัดส่วนปลายที่เป็นขอบขาวนะครับ&lt;br /&gt;ระวังการตัดโดนเนื้อถึงเลือดครับส่งสารเค้า ผมตัดประมาณ 3 วัน ครั้ง ลืมบอกไปแรก ๆ ยากครับ ต้องใจเย็น&lt;br /&gt;ค่อยเป็นค่อยไป โดยเริ่มที่วางไว้บนหัวเขาเราและทำแบบเดิมทุกครั้งไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;คร่าวๆก็มีเพียงเท่านี้เองครับสำหรับใครที่ยังสนใจ&lt;span style="font-weight: bold;"&gt;การเลี้ยงกระรอก&lt;/span&gt;อยู่ก็ค้นหาต่อนเก่าๆมาอ่านได้นะครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8747142003148652135-6612074599132002145?l=xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/feeds/6612074599132002145/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/2009/12/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8747142003148652135/posts/default/6612074599132002145'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8747142003148652135/posts/default/6612074599132002145'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/2009/12/blog-post.html' title='การเลี้ยงกระรอกแสนรักของฉัน'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_zx80gio4VcI/SXgbD2A2VaI/AAAAAAAAAAo/uhQhdkRKCD4/s72-c/10102008%28001%29-001.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8747142003148652135.post-5324539523816418511</id><published>2009-12-04T23:15:00.000+07:00</published><updated>2009-12-04T23:27:37.889+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงกระรอก'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงสัตว์เลี้ยง'/><title type='text'>การเลี้ยงกระรอก ตอนที่ 2</title><content type='html'>การเจริญเติบโต ..วัยเจริญเติบโตของ การเลี้ยงกระรอก จะแตกต่างกันไปออกไป แล้วแต่สายพันธุ์ที่เราต้องการเลี้ยงกระรอก  จะเริ่มตั้งแต่ 4 เดือน ถึง 2 ปี ระยะเวลาตั้งท้องประมาณ 20-40 วัน จำนวนลูกไม่แน่นอน แต่โดยส่วนใหญ่ประมาณ 1-2 ตัว อายุขัยอาจจะสามารถยาวนานได้ถึง 10 ปี หรือ มากกว่า ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเลี้ยงกระรอก .. ลูกกระรอกจะเลี้ยงค่อนข้างยากเนื่องจาก ผู้ขายมักจะนำมาจากแม่ในธรรมชาติ มากกว่าที่จะมีการเลี้ยงกระรอกขึ้น มาเอง ดังนั้นจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพพอสมควร เพราะไม่ได้รับน้ำนมแม่มาอย่างเพียงพอ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้การเลี้ยงกระรอกที่เล็กเกินไป ลูกกระรอกที่ยังไม่ลืมตาต้องมีการกระตุ้นให้ตาเปิดโดยใช้สำลี ชุบน้ำหมาดเช็ดที่ตามทุกวัน นอกจากนี้ต้องเช็ดที่ก้นด้วยเพื่อกระตุ้นการขับถ่าย ของลูกกระรอก ครับ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาหารที่ควรให้กับลูกกระรอกลูก .. ลูกกระรอกที่ยังไม่หย่านมแม่จำเป็นต้องกินน้ำนม น้ำนมส่วนใหญ่ที่ให้กินจะเป็นนมผงสำหรับเด็กแรกเกิด หรือนมผงสำหรับเลี้ยงลูกสุนัข  นอกจากนี้อาจให้เป็นนมถั่วเหลืองได้บ้างถ้าหาน้ำนมที่กล่าวมาข้างต้นไม่ได้จริงๆ   การชงนม ให้กับลูกกระรอก ต้องชงใหม่ทุกครั้งนะครับ และไม่ให้นมที่ร้อนเกินไปแก่ลูกกระรอก การชงนมไม่ควรให้เข้มข้นเกินไปเพราะจะกินยาก และทำให้เกิดการท้องอืด หรือท้องเสียได้ การป้อน นมนิยมใช้กระบอกฉีดยาขนาดเล็กค่อยๆหยอดให้กิน อย่าให้เร็วหรือมากเกินไปในแต่ละครั้ง เพราะอาจทำให้สำลักได้ซึ่งจะส่งผลให้ลูกกระรอกเป็นปอดบวมได้ ลูกกระรอกควรได้กินนมประมาณ 5 ครั้งต่อหนึ่งวัน ในแต่ละครั้งไม่ควรให้จนอิ่มเกินไปเพราะจะทำให้ท้องอืดได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่อยู่ของลูกกระรอก .. ลูกกระรอกต้องการความอบอุ่นมากกว่ากระรอกโต ดังนั้นการเลี้ยงกระรอก ที่อยู่ของมันควรจะปราศจากลมพัด อากาศอบอุ่น ควรมีการตั้งหลอดไฟ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ลูกกระรอก มีผ้าเพื่อให้ลูกกระรอกซุกตัว และปลอดภัยจากสัตว์อื่นรวมทั้ง เด็กที่อาจจะเข้ามารบกวน และทำอันตรายแก่ลูกกระรอกได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การหย่านมของการเลี้ยงกระรอก .. ควรเริ่มให้อาหารอ่อนเมื่อเมื่อลูกกระรอกอายุประมาณ 2-3 เดือน แต่คนเลี้ยงไม่นิยมหย่า นมลูกกระรอกเนื่องจากสามารถให้นม เป็นอาหารลูกกระรอก ที่โตได้เช่นกัน จริงๆแล้วควรฝึกให้ลูกกระรอกเริ่มกินผลไม้ ผัก ใบไม้เป็นหลัก และให้นมเป็นอาหารเสริม เพราะจะช่วยให้กระรอกมีร่างกายที่แข็งแรงมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การอาบน้ำกระรอก .. ผู้เลี้ยงบางท่านชอบอาบน้ำให้กระรอก ซึ่งสามารถทำได้ แต่ควรจะเช็ดตัว และทำให้กระรอกตัวแห้งโดยเร็วเพื่อไม่ให้เป็นปอดบวม การอาบน้ำทำได้โดยใช้น้ำเปล่าอาบ หากจำเป็นต้องใช้แชมพูให้ใช้แชมพูของสุนัขที่อ่อนที่สุด โดยนำไปละลายน้ำให้เจือจางอีก 3-4 เท่า ก่อนอาบน้ำให้แก่การเลี้ยงกระรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โรคและการเจ็บป่วยของลูกกระรอก .. • ท้องเสีย ลูกกระรอกต้องการความอบอุ่นมากกว่ากระรอกโต ดังนั้นที่อยู่ของมันควรจะปราศจากลมพัด อากาศอบอุ่น ควรมีการตั้งหลอดไฟ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ลูกกระรอก มีผ้าเพื่อให้ลูกกระรอกซุกตัวเพื่อให้เกิดความอบอุ่น และปลอดภัยจากสัตว์อื่นรวมทั้ง เด็กที่อาจจะเข้ามารบกวน และอันตรายแก่ลูกกระรอกได้ • ปอดบวม อาการที่พบคือ หายใจลำบาก หอบ มีน้ำมูก ไอ เบื่ออาหาร เป็นต้น สาเหตุมักเกิดจาก อากาศเย็นเกินไป การอาบน้ำ ความเครียดจากการย้ายที่อยู่ หรือเปลี่ยนอาหาร โรคนี้มักจะทำให้กระรอกเสียชีวิตได้ การรักษา มักจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา รวมทั้งต้องมีการป้อนอาหารเพื่อไม่ให้กระรอกขาดอาหารมากเกินไปด้วย การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ยาวนานเกินไปอาจส่งผลให้กระรอกท้องเสียได้ ถ้าเกิดอาการท้องเสียหลังจากรักษาปอดบวมหายแล้ว ให้ป้อนโยเกิร์ตเป็นอาหารแก่กระรอกเพื่อเป็นการเพิ่มแบคทีเรียที่เป็น ประโยชน์ต่อร่างกาย ลดอาการท้องเสียได้ การเลี้ยงกระรอกก็มีเพียงท่านี้เองครับ ลองดูนะครับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8747142003148652135-5324539523816418511?l=xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/feeds/5324539523816418511/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/2009/12/2.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8747142003148652135/posts/default/5324539523816418511'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8747142003148652135/posts/default/5324539523816418511'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/2009/12/2.html' title='การเลี้ยงกระรอก ตอนที่ 2'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8747142003148652135.post-3899277204822741903</id><published>2009-11-08T19:13:00.000+07:00</published><updated>2009-11-08T19:17:21.851+07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงกระรอก'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การเลี้ยงสัตว์เลี้ยง'/><title type='text'>การเลี้ยงกระรอกตอนที่1</title><content type='html'>&lt;a href="http://danupon77.files.wordpress.com/2009/09/66.jpg"&gt;&lt;img style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 246px; CURSOR: hand; HEIGHT: 190px" alt="" src="http://danupon77.files.wordpress.com/2009/09/66.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; การเลี้ยงลูกกระรอก .. ลูกกระรอกจะเลี้ยงค่อนข้างยากเนื่องจาก ผู้ขายมักจะนำมาจากแม่ในธรรมชาติ มากกว่าที่จะมีการเพาะเลี้ยงได้เอง ดังนั้นจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพพอสมควร เพราะไม่ได้รับน้ำนมจากแม่มาอย่างเพียงพอ ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้เลี้ยงกระรอกที่เล็กเกินไป ลูกกระรอกที่ยังไม่ลืมตาต้องมีการกระตุ้นให้ตาเปิดโดยใช้สำลี ชุบน้ำหมาดเช็ดที่ตามทุกวัน นอกจากนี้ต้องเช็ดที่ก้นด้วยเพื่อกระตุ้นการขับถ่าย -การเลี้ยงกระรอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อาหารลูกกระรอก .. ลูกกระรอกที่ยังไม่หย่านมจำเป็นต้องกินน้ำนม น้ำนมส่วนใหญ่ที่ให้กินจะเป็นนมผงสำหรับเด็กแรกเกิด หรือนมผงสำหรับเลี้ยงลูกสุนัข หรือกระต่าย หรือหนู นอกจากนี้อาจให้เป็นนมถั่วเหลืองได้ สำหรับนมวัวไม่แนะนำให้ใช้ เพราะมักจะเป็นสาเหตุให้กระรอกท้องเสียได้ เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลที่ลูกกระรอกไม่สามารถย่อยได้มาก การชงนม ต้องชงใหม่ทุกครั้ง และไม่ให้นมที่ร้อนเกินไปแก่ลูกกระรอก การชงนมไม่ควรให้เข้มข้นเกินไปเพราะจะกินยาก และทำให้เกิดการท้องอืด หรือท้องเสียได้ การป้อนนมนิยมใช้กระบอกฉีดยาขนาดเล็กค่อยๆหยอดให้กิน อย่าให้เร็วหรือมากเกินไปในแต่ละครั้ง เพราะอาจทำให้สำลักได้ซึ่งจะส่งผลให้ลูกกระรอกเป็นปอดบวมได้ ลูกกระรอกควรได้กินนมประมาณ 5 ครั้งต่อหนึ่งวัน ในแต่ละครั้งไม่ควรให้จนอิ่มเกินไปเพราะจะทำให้ท้องอืดได้ -การเลี้ยงกระลอก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่อยู่ของลูกกระรอก .. ลูกกระรอกต้องการความอบอุ่นมากกว่ากระรอกโต ดังนั้นที่อยู่ของมันควรจะปราศจากลมพัด อากาศอบอุ่น ควรมีการตั้งหลอดไฟ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ลูกกระรอก มีผ้าเพื่อให้ลูกกระรอกซุกตัว และปลอดภัยจากสัตว์อื่นรวมทั้ง เด็กที่อาจจะเข้ามารบกวน และอันตรายแก่ลูกกระรอกได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การหย่านม .. ควรเริ่มให้อาหารอ่อนเมื่อเมื่อลูกกระรอกอายุประมาณ 2-3 เดือน แต่คนเลี้ยงไม่นิยมหย่านมลูกกระรอกเนื่องจากสามารถให้นมเป็นอาหารลูกกระรอกที่โตได้เช่นกัน จริงๆแล้วควรฝึกให้ลูกกระรอกเริ่มกินผลไม้ ผัก ใบไม้เป็นหลัก และให้นมเป็นอาหารเสริม เพราะจะช่วยให้กระรอกมีร่างกายที่แข็งแรงมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การอาบน้ำกระรอก .. ผู้เลี้ยงบางท่านชอบอาบน้ำให้กระรอก ซึ่งสามารถทำได้ แต่ควรจะเช็ดตัว และทำให้กระรอกตัวแห้งโดยเร็วเพื่อไม่ให้เป็นปอดบวม การอาบน้ำทำได้โดยใช้น้ำเปล่าอาบ หากจำเป็นต้องใช้แชมพูให้ใช้แชมพูของสุนัขที่อ่อนที่สุด โดยนำไปละลายน้ำให้เจือจางอีก 3-4 เท่า ก่อนอาบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โรคและการเจ็บป่วย .. • ท้องเสีย ลูกกระรอกต้องการความอบอุ่นมากกว่ากระรอกโต ดังนั้นที่อยู่ของมันควรจะปราศจากลมพัด อากาศอบอุ่น ควรมีการตั้งหลอดไฟ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ลูกกระรอก มีผ้าเพื่อให้ลูกกระรอกซุกตัว และปลอดภัยจากสัตว์อื่นรวมทั้ง เด็กที่อาจจะเข้ามารบกวน และอันตรายแก่ลูกกระรอกได้ • ปอดบวม อาการที่พบคือ หายใจลำบาก หอบ มีน้ำมูก ไอ เบื่ออาหาร เป็นต้น สาเหตุมักเกิดจาก อากาศเย็นเกินไป การอาบน้ำ ความเครียดจากการย้ายที่อยู่ หรือเปลี่ยนอาหาร โรคนี้มักจะทำให้กระรอกเสียชีวิตได้ การรักษา มักจะต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา รวมทั้งต้องมีการป้อนอาหารเพื่อไม่ให้กระรอกขาดอาหารมากเกินไปด้วย การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ยาวนานเกินไปอาจส่งผลให้กระรอกท้องเสียได้ ถ้าเกิดอาการท้องเสียหลังจากรักษาปอดบวมหายแล้ว ให้ป้อนโยเกิร์ตเป็นอาหารแก่กระรอกเพื่อเป็นการเพิ่มแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ลดอาการท้องเสียได้&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8747142003148652135-3899277204822741903?l=xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/feeds/3899277204822741903/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/2009/11/1.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8747142003148652135/posts/default/3899277204822741903'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8747142003148652135/posts/default/3899277204822741903'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--12caaw8kfdan9f5ar5b6krf.blogspot.com/2009/11/1.html' title='การเลี้ยงกระรอกตอนที่1'/><author><name>JUKKAPONG</name><uri>http://www.blogger.com/profile/05393403640785623099</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='24' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_vOC58PQlskA/SpGOMsoh-1I/AAAAAAAAAAM/zUmk11XLQcQ/S220/%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
